มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

Mahachulalongkornrajavidyalaya University

ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการสมัครสอบ ลงทะเบียน
และดำเนินการสอบพระอภิธรรม

อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
การทำบัญชีรายชื่อส่งนักศึกษาสมัครสอบและลงทะเบียนสมัครเป็นนักศึกษาพระอภิธรรม
  • บัญชีส่งรายชื่อผู้ขอเข้าสอบอภิธรรม และบัญชีสำมะโนครัวนักศึกษาอภิธรรม ให้หัวหน้าหน่วยบริการฯ และห้องเรียนฯ ใช้กระดาษ A4 ตามแบบฟอร์มของอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย ทั้งบัญชีรายชื่อและใบสมัครเรียน หลักฐานประกอบต่าง ๆ ไม่พร้อมจะถูกตัดสิทธิ
  • หน่วยบริการฯส่วนกลาง เป็นผู้รวบรวมบัญชีสำมะโนครัว ใบสมัครนักศึกษา และจัดทำบัตรนักศึกษา ออกรหัสประจำตัวนักศึกษา ตามที่หน่วยบริการฯสาขาส่งบัญชีมาให้ทางไปรษณีย์ พร้อมแนบไฟล์บัญชีรายชื่อผู้ขอเข้าสอบส่งทางอีเมล
  • หน่วยบริการฯและห้องเรียนฯต้องเรียงรายชื่อนักศึกษาให้ตรงชั้นจูฬ-ตรี ถึงมหา-เอก จากชั้นจูฬไปถึงชั้นมหา ห้ามส่งชื่อนักศึกษาที่มิได้สมัครเรียน และห้ามส่งเพิ่มเติมเมื่อสิ้นสุดเวลาการส่งสมัครสอบเพิ่มเติมอีก
  • การทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครสอบพระอภิธรรม ต้องเรียงเลขที่ รหัสประจำตัวนักศึกษา ชื่อ ฉายา นามสกุล (พระต้องใส่ทั้งฉายาและนามสกุล) ชั้น หน่วยบริการฯ สมัครสอบชั้น สอบได้ชั้น พ.ศ. เลขที่เดิมที่สอบได้ ให้ครบ
  • กำหนดส่งบัญชีรายชื่อนักศึกษาและใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบให้ครบ ภาค ๑ สิ้นสุดเดือนเมษายน ภาค ๒ สิ้นสุดเดือนตุลาคม
  • หัวหน้าหน่วยบริการฯจะต้องตรวจดูหลักฐานของนักศึกษาผู้สมัครขอเข้าสอบ ได้ที่ผลสอบพระอภิธรรมที่ทางส่วนกลางฯส่งมาถวายให้เก็บไว้เป็นหลักฐานทุกปี การทำบัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบพระอภิธรรม ในช่อง “สอบได้ชั้น” ต้องลงชั้นที่สอบผ่านมา เลขที่สอบได้ พ.ศ. ที่สอบได้ของนักศึกษาให้แน่ชัดทุกรูป/คน
  • การทำบัญชี หน่วยบริการฯส่วนกลางให้ใช้คำว่า “หน่วยบริการฯ” เช่น หน่วยบริการอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย หน่วยบริการฯจังหวัดส่วนภูมิภาคให้ใช้คำว่า “หน่วยบริการฯ วัด…” เช่น หน่วยบริการฯ วัดเก่าโบราณ จังหวัดชลบุรี ส่วนที่ยังไม่เป็นหน่วยบริการฯ ใช้คำว่า “ห้องเรียนฯ วัด…” เช่น ห้องเรียนฯ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพระอาทิตย์ พระนคร กรุงเทพมหานคร
↑ กลับสารบัญ
การลงทะเบียนนักศึกษาเข้าสอบพระอภิธรรม
  • หน่วยบริการฯหรือห้องเรียนฯพระอภิธรรมต้องให้ผู้สมัครนำหลักฐานมาแสดง และต้องตรวจชื่อ ฉายา และนามสกุลเป็นต้น ให้ถูกต้อง อย่ายอมให้นักศึกษาเปลี่ยนชื่อและนามสกุลตามอำเภอใจ
  • อย่าส่งนักศึกษาเข้าสอบโดยเจ้าตัวมิได้มาสมัครสอบด้วยตนเอง เพราะอาจจะซ้ำกับหน่วยบริการฯหรือห้องเรียนฯพระอภิธรรมอื่น เมื่อปรากฏว่ามีชื่อสมัครซ้ำกัน ๒ แห่ง อภิธรรมฯส่วนกลางจะตัดสิทธิ์ในการสอบ เป็นการเสียประโยชน์ของนักศึกษารูป/คนนั้นโดยใช่เหตุ
↑ กลับสารบัญ
การลงชื่อเป็นกรรมการตรวจข้อสอบพระอภิธรรม
  • หน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯส่วนกลาง หน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯในส่วนภูมิภาค ต้องมาเข้าร่วมประชุมคัดเลือกคณะกรรมการนำข้อสอบไปเปิดสอบ ซึ่งจะจัดประชุมก่อนสอบ คัดเลือกลงชื่อกันในที่ประชุม ทั้งนี้เพราะต้องการกรรมการที่มีความพร้อมและมีสถานภาพเป็นปัจจุบัน
  • กรรมการที่อภิธรรมฯส่วนกลางแต่งตั้งนั้น เป็นการเฉพาะตัว จะให้ใครไปตรวจแทนไม่ได้ ถ้าท่านใดมรณภาพหรืออาพาธก็เป็นอันขาดไป และให้หน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ แจ้งให้อภิธรรมฯส่วนกลางทราบโดยด่วน
  • คุณวุฒิของกรรมการตรวจข้อสอบอภิธรรมฯส่วนกลางนั้น กำหนดไว้ตั้งแต่ชั้นมหาอาภิธรรมิกะตรีขึ้นไป และอาจารย์สอนประจำชั้น หรืออภิธรรมบัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้ว ห้ามกรรมการตรวจข้อสอบนำคนเข้ามาเพิ่มโดยมิได้รับการคัดเลือก
↑ กลับสารบัญ
ข้อจำกัดสิทธินักศึกษาผู้ขอเข้าสอบพระอภิธรรม
  • ผู้สมัครขอเข้าสอบความรู้พระอภิธรรมชั้นจูฬ-ตรี ต้องมีบัญชีสมัครสอบ และใบสมัครนักศึกษา รูปถ่าย ๑ นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน) จำนวน ๒ ใบ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนต่างชาติใช้พาสปอร์ต ต้องอยู่เมืองไทยได้ไม่ต่ำกว่า ๑ ปี
  • ผู้สมัครขอเข้าสอบความรู้พระอภิธรรมชั้นจูฬ-โท ถึงมหา-เอก ให้หน่วยบริการฯห้องเรียนฯทำบัญชีลงชื่อสมัครสอบ ให้นักศึกษาสมัครเข้าสอบเอง และกำชับให้ลงชั้นที่สอบได้เดิม พ.ศ. เลขที่ หน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯที่สอบได้ด้วยตามผลการสอบที่อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยส่วนกลางส่งให้ประจำหน่วยบริการฯ มิฉะนั้นแม้สอบผ่านก็เป็นอันหมดสิทธิในการสอบได้นั้น
  • ผู้สมัครขอเข้าสอบความรู้พระอภิธรรมชั้นจูฬ-ตรี ถึงมหา-เอก ต้องมีรหัสประจำตัวนักศึกษาทุกรูป/คน ต้องลงรายละเอียดชั้นที่สอบได้ทุกช่องตารางตามบัญชีรายชื่อสมัครสอบพระอภิธรรม ไม่มีการเพิ่มเติมรายชื่อภายหลังสิ้นสุดสมัครสอบแล้ว
↑ กลับสารบัญ
หลักสูตรการศึกษาพระอภิธรรมแบ่งเป็น ๓ ระดับชั้น
ป.จอ.

ประกาศนียบัตรจูฬอาภิธรรมิกะเอก

ชั้นจูฬอาภิธรรมิกะ ตรี, โท, เอก ต้องสอบให้ได้ชั้นแรกก่อน จึงจะสอบชั้นต่อไปได้ ใช้เวลาเรียนชั้นละ ๖ เดือน จึงจะสมัครลงทะเบียนสอบได้

ป.มอ.

ประกาศนียบัตรมัชฌิมอาภิธรรมิกะเอก

ชั้นมัชฌิมอาภิธรรมิกะ ตรี, โท, เอก ต้องสอบผ่านชั้นจูฬ-เอกแล้ว จึงมีสิทธิสมัครลงทะเบียนสอบชั้นมัชฌิม-ตรีได้ และสอบไล่ผ่านไปตามลำดับชั้น

เทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย

ป.อบ.

ประกาศนียบัตรอภิธรรมบัณฑิต

ชั้นมหาอาภิธรรมิกะ ตรี, โท, เอก ต้องสอบผ่านชั้นมัชฌิม-เอก จึงมีสิทธิสมัครลงทะเบียนสอบมหา-ตรี สอบผ่านแล้วจึงสมัครลงทะเบียนสอบไล่ผ่านไปตามลำดับชั้น

เทียบเท่าปริญญาตรี

สอบผ่านแต่ละชั้นให้เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ปีละไม่ต่ำกว่า ๑๐ วัน หากไม่ปฏิบัติวิปัสสนาให้ครบ ๓๐ วันตามกำหนด แม้สอบผ่านมหา-เอก ก็ยังไม่ถือว่าจบการศึกษาอภิธรรมบัณฑิต

ฉะนั้น นักศึกษาพระอภิธรรมชั้นมหาอาภิธรรมิกะต้องเข้าสู่ภาคการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน (สายพองหนอ-ยุบหนอ ตามแบบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจัดให้นิสิตนักศึกษาปฏิบัติ) หากสำนักวิปัสสนาแห่งใดต้องการหนังสือส่งตัวเพื่อเก็บชั่วโมงการปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติครบกำหนดเวลา ๑๐ วัน จึงจะออกหนังสือรับรองการปฏิบัติให้ ให้นักศึกษากรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องขอหนังสือส่งตัวได้ที่หน่วยบริการฯส่วนกลาง จักออกหนังสือส่งตัวให้

↑ กลับสารบัญ
การแสดงบัตรประจำตัวนักศึกษาในการเข้าสอบและการติดต่อธุรการ
  • ให้นักศึกษาพระอภิธรรมนำบัตรประจำตัวนักศึกษาไปแสดงในเวลาสอบพระอภิธรรมแต่ละภาคการศึกษา ดังเป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ต้องถ่ายเอกสารใบเปลี่ยนชื่อนำมาแสดงต่อคณะกรรมการผู้ควบคุมการสอบด้วย
  • ให้นักศึกษาพระอภิธรรมนำบัตรประจำตัวนักศึกษาไปแสดงเมื่อต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่ห้องธุรการอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย กรณีขอรับใบประกาศฯ ขอหนังสือส่งตัว ขอหนังสือรับรองต่าง ๆ ทุกกรณี ยกเว้นการซื้อสมุดหนังสือที่มหาวิทยาลัยบรรณาคาร (มีส่วนลดราคา) หรือการบริจาคทำบุญต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการออกไปอนุโมทนามูลนิธิฯ
↑ กลับสารบัญ
การส่งกระดาษคำตอบของนักศึกษาพระอภิธรรม
  • เมื่อสอบเสร็จแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยบริการฯห้องเรียนฯ กรรมการผู้ดำเนินการ ตรวจสอบให้ครบทุกชั้น นักศึกษารูป/คนใดขาดสอบต้องขีดชื่อด้วยหมึกแดงหรือดินสอสีแดง และหมายเหตุไว้ว่าขาดสอบในวันใด และในบัญชีรับใบตอบก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน ให้นักศึกษาผู้เข้าสอบเซ็นส่งทุกช่อง ทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ ทุกหน่วยบริการฯห้องเรียนฯที่มีการจัดสอบต้องลงชื่อท้ายบัญชี
  • บัญชีรับใบตอบของนักศึกษาทุกชั้น คะแนนสัมภาษณ์ให้แนบกับบัญชีรายชื่อ ใส่รวมในซองที่อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยจัดให้ หรือใส่ซองพิเศษต่างหาก โดยเขียนหน้าซองว่า “บัญชีรับใบตอบของสถานที่สอบ หน่วยบริการฯ/ห้องเรียนฯวัดไหน จังหวัดอะไร”
↑ กลับสารบัญ
กระดาษใบตอบของนักศึกษา
  • ให้นักศึกษาเขียนชื่อ เลขประจำโต๊ะ รหัสประจำตัวนักศึกษา วิชาที่สอบ ชื่อสนามสอบ วัน/เดือน/ปี ลงในกระดาษสอบ และให้เขียนเฉพาะคำตอบปัญหาเท่านั้น กระดาษสอบต้องเป็นกระดาษแบบฟอร์มของอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย ห้ามนำกระดาษอื่นมาเขียนสอบ และปากกาควรเป็นสีน้ำเงินหรือดำ ห้ามใช้ดินสอหรือปากกาสีแดง
  • ให้กรรมการคุมสอบเซ็นชื่อหัวกระดาษด้านบนขวา กำกับวันที่สอบไว้ด้วย หลังจากเริ่มสอบและนักศึกษาเขียนตอบบ้างแล้ว ห้ามเซ็นก่อน ให้เซ็นต่อหน้านักศึกษาที่กำลังทำการสอบโดยขออนุญาตนักศึกษาก่อนเซ็น
กรรมการปรับเป็นตกได้ หากนักศึกษาใช้ดินสอหรือปากกาสีแดงเขียนคำตอบ และกรรมการคุมสอบที่ไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติผิดระเบียบจะถูกพิจารณาตัดสิทธิในการเป็นกรรมการ
↑ กลับสารบัญ
การแจ้งผลการสอบพระอภิธรรม

หน่วยบริการฯส่วนกลางจะแจ้งผลการสอบพระอภิธรรม ณ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยส่วนกลาง หลังจากประกาศแล้วจะขึ้นอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ของอภิธรรมฯ และจะส่งเล่มไปให้ทางไปรษณีย์ ห้องเรียนฯส่วนกลางสามารถส่งผู้แทนไปรับได้ และให้เก็บบัญชีรายชื่อผู้สอบพระอภิธรรมไว้เป็นหลักฐานของนักศึกษาให้ครบทุกปี

สำหรับการประกาศผลการสอบพระอภิธรรม ทางอภิธรรมโชติกะวิทยาลัยจะประกาศรายชื่อผู้เข้าสอบทุกคนทุกชั้น ทั้งสอบได้ สอบตก ขาดสอบ พร้อมแจ้งสถิติผู้สอบได้

↑ กลับสารบัญ
๑๐ การขอแก้ไขชื่อ ฉายา นามสกุลฯลฯ ที่คลาดเคลื่อน

การขอแก้ชื่อ ฉายา และนามสกุลเป็นต้น ที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับหลักฐาน จะขอแก้ได้หลังจากวันประกาศผลสอบเป็นระยะเวลา ๑ เดือน โดยหน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ มีหนังสือขอแก้ไปทางอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย ตามบัญชีรายชื่อผู้สอบพระอภิธรรมแต่ละชั้นที่ได้แจ้งมายังหน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ ต่าง ๆ แล้ว ทั้งนี้ได้มีหมายเหตุท้ายประกาศว่า “ถ้าชื่อ ฉายา นามสกุล เป็นต้น ของผู้ใดคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับหลักฐาน ให้มีหนังสือขอแก้ภายใน วันที่…… เดือน…… พ.ศ. ……”

หลังจากพ้นกำหนด ๑ เดือนแล้ว จะขอแก้ชื่อ ฉายา และนามสกุลเป็นต้น ทางหน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ ต้องมีหนังสือขอแก้มอบให้แก่ผู้มีความคลาดเคลื่อนถือไปยังอภิธรรมโชติกะวิทยาลัยด้วยตนเอง พร้อมกับถ่ายเอกสารใบอนุญาตเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลเป็นต้นไปด้วย
↑ กลับสารบัญ
๑๑ การขอใบรับรองและหนังสือส่งตัวเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
  • เมื่อประกาศผลการสอบประจำปีแล้ว ถ้าผู้สอบได้ต้องการขอใบรับรองวุฒิของนักศึกษาเพื่อเรียนต่อ ให้กรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องขอหนังสือรับรอง พร้อมรูปถ่ายขนาด ๑ นิ้วครึ่ง จำนวน ๒ รูป สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา ผลสอบถ่ายสำเนาหน้าที่มีชื่อของตน และผู้ขอต้องนำไปยื่นด้วยตนเอง จะให้ผู้อื่นไปยื่นแทนไม่ได้
  • นักศึกษาต่างชาติ ขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการขอต่ออายุวีซ่า ให้ยื่นคำร้องพร้อมสำเนาพาสปอร์ต รูปขนาด ๑ นิ้วครึ่ง จำนวน ๒ รูป สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา
  • ผู้สำเร็จการศึกษาอภิธรรมบัณฑิต ขอใบรับรองและระเบียนผลการเรียนเพื่อนำไปประกอบการสมัครศึกษาต่อ ให้กรอกแบบฟอร์มใบยื่นคำร้องด้วยตนเอง พร้อมรูปถ่ายขนาด ๑ นิ้วครึ่ง จำนวน ๒ รูป สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาประกาศนียบัตรที่รับรองสำเนาถูกต้อง
  • กรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องขอหนังสือส่งตัวเข้าปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ส่วนกลางจะส่งตัวเข้าศูนย์ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติ วัดมหาธาตุฯ คณะ ๕ และ มจร วังน้อย ส่วนหน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ เข้าปฏิบัติในสถานปฏิบัติที่ทางคณะสงฆ์รับรอง เป็นสายการปฏิบัติแบบพองหนอ-ยุบหนอตามแบบมหาวิทยาลัยฯ ไม่ต้องทำเรื่องส่งตัว ปฏิบัติครบกำหนด ๑๐ วันก็ขอหนังสือรับรองการปฏิบัติที่สำนักวิปัสสนาได้เลย
↑ กลับสารบัญ
๑๒ การย้ายสนามสอบและการขอเลื่อนสอบ
  • นักศึกษาพระอภิธรรมท่านใดมีความประสงค์จะย้ายสนามสอบ ให้หัวหน้าหน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ ทำเรื่องขอย้ายสนามสอบจากที่เดิมไปยังที่แห่งใหม่ โดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องย้าย เสนอไปยังผู้อำนวยการอภิธรรมโชติกะวิทยาลัยเพื่อขอความเห็นชอบ และผู้อำนวยการฯ นำเข้าที่ประชุมครู อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อขอมติและมอบหมายหน้าที่ผู้รับผิดชอบก่อนการสอบพระอภิธรรม
  • นักศึกษาที่ลงทะเบียนสอบแล้วมีเหตุขัดข้องกะทันหัน ต้องทำหนังสือผ่านการเห็นชอบของอาจารย์สอนชั้นที่ตนเรียน ขอเลื่อนสอบโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็น พร้อมแนบใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานโครงการ/กิจกรรมที่ตรงกับวันสอบ เสนอไปยังผู้อำนวยการอภิธรรมโชติกะวิทยาลัยเพื่อขอความเห็นชอบ หากอนุมัติจะให้สอบภายในระยะเวลาก่อนประกาศผลสอบ หรือตามที่อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยกำหนด
  • ห้ามนักศึกษาลงทะเบียนสอบแทนกัน หรือฝากให้ผู้อื่นลงทะเบียนแทน หากไม่ทันตามที่อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยกำหนด หมดสิทธิในการสอบภาคปัจจุบัน ให้เลื่อนไปลงทะเบียนสมัครสอบภาคการศึกษาต่อไป เว้นกรณีเจ้าหน้าที่ทำรายชื่อนักศึกษาลงทะเบียนสอบแล้วตกหล่นและมีหลักฐาน จึงจะเพิ่มให้ได้ เป็นแนวเดียวกันทั้งหน่วยบริการฯ ห้องเรียนฯ ทุกส่วน
↑ กลับสารบัญ